อิฐมอญ เป็นวัสดุก่อผนังที่นิยมใช้ในงานสร้างบ้านและอาคาร เนื่องจากมีความแข็งแรงและเหมาะกับงานก่อสร้างหลายประเภท แต่การทำให้ผนังอิฐมอญมีอายุการใช้งานยาวนานไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวอิฐเพียงอย่างเดียว ขั้นตอนการฉาบ การบ่มผนัง การป้องกันน้ำ และการดูแลหลังใช้งานก็มีความสำคัญเช่นกัน
หากดูแลอย่างเหมาะสม จะช่วยลดโอกาสเกิดรอยแตกร้าว สีลอก เชื้อรา และปัญหาความชื้นสะสมในผนังได้
หลังจากก่อและฉาบผนังแล้ว ปูนยังต้องใช้เวลาในการพัฒนาเนื้อและความแข็งแรง หากปล่อยให้ผิวปูนสูญเสียน้ำเร็วเกินไป อาจเพิ่มโอกาสเกิดรอยแตกร้าวจากการหดตัวได้
นอกจากนี้ ผนังภายนอกยังต้องเผชิญทั้งแสงแดด ฝน และความชื้น จึงควรมีการป้องกันและตรวจสอบอย่างเหมาะสมตั้งแต่หลังฉาบจนถึงระยะยาว
การบ่มปูนเป็นขั้นตอนสำคัญหลังงานฉาบ โดยช่วยรักษาความชื้นที่จำเป็นต่อกระบวนการแข็งตัวของปูน และลดการสูญเสียน้ำอย่างรวดเร็ว
วิธีและระยะเวลาการบ่มควรเป็นไปตามชนิดของปูน สภาพอากาศ และคำแนะนำของผู้ผลิตวัสดุ โดยเฉพาะผนังที่ต้องเผชิญแดดหรือลมแรงซึ่งอาจแห้งเร็วกว่าปกติ
ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนทาสี ควรตรวจสอบผิวผนังว่ามีรอยแตกร้าวหรือความผิดปกติหรือไม่ หากพบรอยร้าว ควรพิจารณาสาเหตุและซ่อมแซมด้วยวัสดุที่เหมาะสมก่อนทาสีทับ
ไม่ควรรีบทาสีเพื่อปิดรอยร้าวโดยไม่ตรวจสอบ เพราะหากต้นเหตุยังไม่ได้รับการแก้ไข รอยร้าวอาจกลับมาเกิดขึ้นอีก
ความชื้นเป็นหนึ่งในปัญหาที่พบได้กับผนังอาคาร โดยเฉพาะบริเวณที่สัมผัสฝนเป็นประจำ เช่น ผนังด้านนอก ขอบหน้าต่าง รอยต่อ และบริเวณใกล้หลังคา
ควรตรวจสอบระบบกันซึม รอยต่อ และจุดที่น้ำอาจไหลเข้าสู่ผนัง รวมถึงเลือกสีหรือระบบเคลือบผิวภายนอกให้เหมาะกับสภาพการใช้งาน
น้ำที่สะสมบริเวณพื้นหรือฐานผนังอาจสร้างปัญหาความชื้นในระยะยาวได้ จึงควรออกแบบและดูแลระบบระบายน้ำรอบอาคารให้ดี
หากพบสีพอง สีลอก คราบขาว หรือผนังชื้นบริเวณด้านล่าง ควรตรวจสอบแหล่งที่มาของน้ำก่อนซ่อมแซมผิวหน้า
ผนังภายในและภายนอกมีสภาพแวดล้อมต่างกัน จึงควรเลือกผลิตภัณฑ์รองพื้นและสีทับหน้าให้เหมาะกับตำแหน่งใช้งาน รวมถึงเตรียมพื้นผิวตามคำแนะนำของผู้ผลิต
สำหรับพื้นที่ที่มีความชื้นสูง ควรแก้ไขสาเหตุของความชื้นก่อน ไม่ควรใช้สีเพียงอย่างเดียวเพื่อปกปิดปัญหา
หลังใช้งานอาคารควรสังเกตสภาพผนังเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะหลังช่วงฝนตกหนัก หากพบรอยร้าวใหม่ คราบน้ำ เชื้อรา สีพอง หรือผิวปูนหลุดร่อน ควรรีบตรวจหาสาเหตุ
การแก้ปัญหาตั้งแต่ระยะแรกมักช่วยป้องกันไม่ให้ความเสียหายขยายไปยังพื้นที่อื่นของผนัง
รอยแตกลายงาขนาดเล็กบนผิวฉาบอาจเกิดจากการหดตัวของวัสดุ แต่หากพบ รอยร้าวที่กว้างขึ้นเรื่อย ๆ รอยร้าวเฉียงบริเวณประตูหรือหน้าต่าง ผนังแยกออกจากเสาหรือคาน หรือมีการเคลื่อนตัวของผนัง ควรให้วิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ
ไม่ควรสรุปว่ารอยร้าวทุกประเภทเป็นเพียงปัญหาของปูนฉาบ เพราะบางกรณีอาจเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนตัวของอาคารหรือโครงสร้าง
การดูแล ผนังอิฐมอญหลังฉาบ ให้แข็งแรงและใช้งานได้ยาวนาน ควรเริ่มตั้งแต่การบ่มปูนอย่างเหมาะสม ตรวจสอบรอยแตกร้าวก่อนทาสี ป้องกันน้ำซึม และดูแลระบบระบายน้ำรอบอาคาร
หลังเข้าอยู่อาศัยก็ควรตรวจผนังเป็นระยะ หากพบความชื้น รอยร้าว หรือสีผิดปกติ ควรหาสาเหตุและแก้ไขให้ตรงจุด การดูแลตั้งแต่ต้นจึงช่วยลดปัญหาผนังแตกร้าวและความชื้นสะสมในระยะยาวได้