รอยต่อระหว่างผนังอิฐมอญกับเสา คาน หรือพื้น เป็นจุดที่เกิดรอยแตกร้าวได้ง่าย เนื่องจากวัสดุแต่ละชนิดมีการยืดตัว หดตัว และรับแรงแตกต่างกัน
การเตรียมรอยต่ออย่างถูกวิธีจึงช่วยให้ผนังแข็งแรง ลดปัญหารอยร้าว และทำให้งานฉาบมีความเรียบร้อยมากขึ้น
ระหว่างก่อผนังควรมีเหล็กหนวดกุ้งหรืออุปกรณ์ยึดผนัง เชื่อมระหว่างเสาคอนกรีตกับแนวก่ออิฐเป็นระยะ
อุปกรณ์ดังกล่าวช่วยยึดผนังไม่ให้แยกออกจากโครงสร้าง และช่วยลดการแตกร้าวตามแนวรอยต่อ
พื้นผิวเสาและคานคอนกรีตมักเรียบกว่าผนังอิฐ ก่อนฉาบจึงควรทำความสะอาดและเตรียมผิวให้ปูนสามารถยึดเกาะได้ดี
อาจใช้การสกัดผิว ทาน้ำยาประสานคอนกรีต หรือทำผิวหยาบตามความเหมาะสม เพื่อช่วยลดปัญหาปูนฉาบหลุดร่อน
ก่อนฉาบปูนควรติดตะแกรงลวดหรือตะแกรงไฟเบอร์กลาสคร่อมแนวรอยต่อระหว่างอิฐกับคอนกรีต
ตะแกรงควรครอบคลุมพื้นที่ทั้งสองด้านอย่างเพียงพอ เพื่อช่วยกระจายแรงและลดการเกิดรอยร้าวตามแนวเสาหรือคาน
ไม่ควรก่ออิฐชนท้องคานทันที ควรเว้นช่องว่างเล็กน้อย เพื่อรองรับการทรุดตัวของผนังและการเคลื่อนตัวของโครงสร้าง
เมื่อผนังก่อเสร็จและปูนก่อเริ่มแข็งตัวแล้ว จึงอุดช่องว่างด้วยวัสดุที่เหมาะสมตามแบบและคำแนะนำของวิศวกร
ผนังที่มีความยาวหรือความสูงมาก รวมถึงบริเวณประตูและหน้าต่าง ควรมีเสาเอ็นและคานทับหลังช่วยเสริมความแข็งแรง
โครงสร้างส่วนนี้ช่วยควบคุมการแตกร้าว ลดการโยกตัว และช่วยให้ผนังรับแรงได้เหมาะสมมากขึ้น
หลังจากก่อผนังควรปล่อยให้ปูนก่อแข็งตัวและผนังเกิดการหดตัวเบื้องต้นก่อนเริ่มฉาบ หากฉาบเร็วเกินไป อาจทำให้เกิดรอยแตกร้าวภายหลังได้ง่าย
ก่อนฉาบควรตรวจสอบแนวก่อ รอยต่อ และการยึดกับโครงสร้างให้เรียบร้อย
การจัดการรอยต่อระหว่างผนังอิฐมอญกับโครงสร้าง ควรให้ความสำคัญกับการยึดผนังด้วยเหล็กหนวดกุ้ง การเตรียมผิวคอนกรีต การติดตะแกรงคร่อมรอยต่อ และการทำเสาเอ็นหรือคานทับหลังในตำแหน่งที่เหมาะสม
การดำเนินงานตามแบบก่อสร้างและคำแนะนำของวิศวกร จะช่วยลดปัญหารอยแตกร้าว ทำให้ผนังแข็งแรง และใช้งานได้อย่างมั่นคงในระยะยาว